WEBPARK logo

บริการพัฒนาระบบ HRM System คืออะไร? รวมฟีเจอร์สำคัญที่องค์กรยุคใหม่ควรมีในปี 2026

8 ก.ย. 2569

บริการพัฒนาระบบ HRM System คืออะไร พร้อมเจาะลึกฟีเจอร์สำคัญ และแนวทางเลือกระบบที่เหมาะกับองค์กร เพื่อรองรับการเติบโตในปี 2026

บริการพัฒนาระบบ HRM System คืออะไร? รวมฟีเจอร์สำคัญที่องค์กรยุคใหม่ควรมีในปี 2026

บริการพัฒนาระบบ HRM System คืออะไร? รวมทุกฟีเจอร์ที่องค์กรยุคใหม่ควรมีในปี 2026

  ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรงมากขึ้น การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management) ไม่ใช่เพียงงานเอกสารหรือการจัดการเงินเดือนอีกต่อไป แต่กลายเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารบุคลากรจึงเป็นสิ่งที่หลายองค์กรให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการเลือกใช้ บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่สามารถออกแบบระบบให้ตอบโจทย์การทำงานของแต่ละธุรกิจได้อย่างแท้จริง

  ปัจจุบัน องค์กรจำนวนมากกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Transformation ทำให้ระบบ HR แบบเดิมที่ใช้เอกสาร Excel หรือการทำงานแบบ Manual ไม่สามารถรองรับการเติบโตได้อีกต่อไป บริการพัฒนาระบบ HRM System จึงเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดความผิดพลาด และเชื่อมโยงข้อมูลบุคลากรทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

  บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า บริการพัฒนาระบบ HRM System คืออะไร มีฟีเจอร์อะไรบ้าง เหมาะกับธุรกิจประเภทใด และองค์กรควรพิจารณาอะไรบ้างก่อนเลือกผู้ให้บริการในปี 2026

 

HRM System คืออะไร?

  HRM System (Human Resource Management System) คือระบบที่ใช้บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลขององค์กรแบบครบวงจร ตั้งแต่การเก็บข้อมูลพนักงาน การสรรหาบุคลากร การลงเวลาทำงาน การจัดการวันลา การประเมินผล การฝึกอบรม ไปจนถึงการคำนวณเงินเดือนและรายงานด้าน HR

 

บริการพัฒนาระบบ HRM System แตกต่างจากโปรแกรม HR สำเร็จรูปอย่างไร?

  โปรแกรมสำเร็จรูปมีฟีเจอร์มาตรฐานที่อาจไม่ตอบโจทย์ทุกองค์กร ขณะที่ บริการพัฒนาระบบ HRM System สามารถออกแบบและพัฒนาให้ตรงกับกระบวนการทำงาน (Workflow) ของแต่ละธุรกิจ รองรับการเชื่อมต่อกับ ERP, Accounting, Payroll, CRM หรือระบบอื่น ๆ ได้อย่างยืดหยุ่น

 

HRM System เหมาะกับองค์กรแบบไหน?

เหมาะกับทุกองค์กร ไม่ว่าจะเป็น

  • ธุรกิจ SME
  • บริษัทขนาดกลาง
  • องค์กรขนาดใหญ่
  • โรงงานอุตสาหกรรม
  • ธุรกิจค้าปลีก
  • ธุรกิจบริการ
  • โรงพยาบาล
  • สถาบันการศึกษา
  • หน่วยงานภาครัฐ

 

HRM System มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?

ฟีเจอร์หลักประกอบด้วย

  • Employee Database
  • Recruitment
  • Time Attendance
  • Leave Management
  • Payroll
  • Performance Management
  • Training Management
  • Workflow Approval
  • Employee Self Service (ESS)
  • Dashboard & Analytics

 

ทำไมองค์กรยุคใหม่จึงควรลงทุนในบริการพัฒนาระบบ HRM System?

  เพราะช่วยลดต้นทุน เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน ลดข้อผิดพลาดจากการทำงานด้วยมือ เพิ่มความโปร่งใส และสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนด้านบุคลากรได้อย่างแม่นยำ

 

HRM System คืออะไร?

  HRM System หรือ Human Resource Management System คือระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถจัดการข้อมูลพนักงานทุกคนได้จากศูนย์กลางเดียว ตั้งแต่วันแรกที่เข้าทำงานจนถึงวันสิ้นสุดการจ้างงาน ในอดีต ฝ่าย HR มักใช้เอกสารกระดาษหรือไฟล์ Excel หลายสิบไฟล์ในการเก็บข้อมูลพนักงาน ส่งผลให้เกิดปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน ค้นหายาก และมีความเสี่ยงต่อความผิดพลาด แต่เมื่อองค์กรนำ บริการพัฒนาระบบ HRM System มาใช้งาน ทุกข้อมูลจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ สามารถค้นหา อัปเดต และตรวจสอบได้แบบ Real-timeนอกจากนี้ ระบบยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างแผนกต่าง ๆ เช่น ฝ่ายบัญชี ฝ่ายการเงิน และผู้บริหาร ทำให้การตัดสินใจมีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

ทำไม HRM System จึงกลายเป็นหัวใจขององค์กรในปี 2026

  ปี 2026 เป็นช่วงเวลาที่องค์กรส่วนใหญ่กำลังมุ่งสู่การบริหารงานด้วยข้อมูล (Data-Driven Organization) การตัดสินใจด้านบุคลากรไม่ได้อาศัยเพียงประสบการณ์ของผู้บริหาร แต่ต้องอ้างอิงข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน บริการพัฒนาระบบ HRM System จึงมีบทบาทสำคัญในการรวบรวมข้อมูลด้านบุคลากรทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น

  • จำนวนพนักงาน
  • อัตราการลาออก
  • ประสิทธิภาพการทำงาน
  • ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร
  • การฝึกอบรม
  • ผลการประเมิน
  • อัตราการขาด ลา มาสาย

  ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาวิเคราะห์เพื่อวางแผนกำลังคน (Workforce Planning) การพัฒนาศักยภาพพนักงาน และการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังรองรับรูปแบบการทำงานยุคใหม่ เช่น Hybrid Work, Remote Work และ Flexible Working ซึ่งต้องอาศัยระบบที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพา

 

ความแตกต่างระหว่าง HRM System และ HRIS

  หลายคนมักสับสนระหว่าง HRM System และ HRIS แม้ว่าทั้งสองระบบจะเกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรบุคคล แต่มีขอบเขตการใช้งานที่แตกต่างกัน

หัวข้อ

HRIS

HRM System

การจัดเก็บข้อมูลพนักงาน

เงินเดือน (Payroll)

การลงเวลา

การสรรหาพนักงาน

บางระบบ

การประเมินผล

จำกัด

การจัดการอบรม

จำกัด

Competency

จำกัด

Career Path

Dashboard เชิงวิเคราะห์

บางระบบ

Workflow Approval

บางระบบ

  กล่าวได้ว่า HRIS เน้นการจัดเก็บข้อมูลและงานธุรการด้าน HR เป็นหลัก ขณะที่ บริการพัฒนาระบบ HRM System สามารถครอบคลุมกระบวนการบริหารบุคลากรได้ครบวงจร ตั้งแต่การสรรหา การพัฒนา การประเมินผล ไปจนถึงการวางแผนทรัพยากรบุคคลในระยะยาว

 

องค์กรแบบไหนที่ควรใช้บริการพัฒนาระบบ HRM System?

  หลายคนเข้าใจผิดว่า HRM System เหมาะกับองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจทุกขนาดสามารถได้รับประโยชน์จากระบบนี้ หากมีการออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะการดำเนินงาน

ตัวอย่างองค์กรที่เหมาะกับ บริการพัฒนาระบบ HRM System ได้แก่

ธุรกิจ SME

  ช่วยลดภาระงานเอกสารของฝ่าย HR ทำให้สามารถบริหารพนักงานได้อย่างเป็นระบบ แม้จะมีทีมงานขนาดเล็ก

บริษัทขนาดกลางและขนาดใหญ่

  รองรับการจัดการพนักงานจำนวนมาก ลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล และช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมขององค์กรผ่าน Dashboard แบบ Real-time

โรงงานอุตสาหกรรม

  รองรับการจัดการกะการทำงาน (Shift), OT, Attendance และการคำนวณค่าจ้างที่มีความซับซ้อน

ธุรกิจบริการ

  ช่วยบริหารตารางเวลาการทำงาน การประเมินผล และการพัฒนาทักษะของพนักงาน เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการ

องค์กรที่มีหลายสาขา

  สามารถรวมข้อมูลพนักงานจากทุกสาขาไว้ในระบบเดียว ลดปัญหาข้อมูลไม่ตรงกัน และช่วยให้การบริหารจัดการเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร

 

ประโยชน์ของบริการพัฒนาระบบ HRM System ที่ธุรกิจได้รับ

  การลงทุนใน บริการพัฒนาระบบ HRM System ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนจากงานเอกสารไปสู่ระบบดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคลในระยะยาว ซึ่งช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและแข่งขันได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ ได้แก่

  • ลดเวลาการทำงานของฝ่าย HR
  • ลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลด้วยมือ
  • เพิ่มความรวดเร็วในการอนุมัติเอกสาร
  • เชื่อมโยงข้อมูลทุกแผนกเข้าด้วยกัน
  • รองรับการทำงานแบบออนไลน์
  • เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารบุคลากร
  • สร้างรายงานและ Dashboard ได้แบบ Real-time
  • สนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหารด้วยข้อมูลที่แม่นยำ

  ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงมองว่า บริการพัฒนาระบบ HRM System ไม่ใช่เพียงเครื่องมือสำหรับฝ่ายทรัพยากรบุคคล แต่เป็นหนึ่งในระบบสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล

 

ฟีเจอร์สำคัญของบริการพัฒนาระบบ HRM System ที่องค์กรยุคใหม่ควรมี

  เมื่อองค์กรตัดสินใจลงทุนใน บริการพัฒนาระบบ HRM System สิ่งที่ควรพิจารณาไม่ใช่เพียงแค่หน้าตาของโปรแกรมหรือราคาเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ที่สามารถตอบโจทย์การทำงานจริงของฝ่ายทรัพยากรบุคคล ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ระบบที่ดีควรสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน ลดการทำงานซ้ำซ้อน และรองรับการเติบโตขององค์กรในอนาคต บทนี้จะพาไปทำความรู้จักกับโมดูลสำคัญที่องค์กรยุคใหม่ควรมีในระบบ HRM

1. Employee Database ระบบฐานข้อมูลพนักงานแบบรวมศูนย์

  หัวใจสำคัญของ บริการพัฒนาระบบ HRM System คือการมีฐานข้อมูลพนักงาน (Employee Database) ที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน โดยรวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลดการจัดเก็บข้อมูลแยกหลายไฟล์ และลดโอกาสเกิดข้อมูลซ้ำซ้อน

ข้อมูลที่สามารถจัดเก็บได้ เช่น

  • ประวัติส่วนตัว
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ประวัติการศึกษา
  • ประสบการณ์ทำงาน
  • ตำแหน่งงาน
  • โครงสร้างองค์กร
  • เงินเดือนและสวัสดิการ
  • ประวัติการอบรม
  • ประวัติการเลื่อนตำแหน่ง
  • เอกสารสำคัญ เช่น สัญญาจ้าง หนังสือรับรอง ใบผ่านงาน

จุดเด่นของระบบฐานข้อมูลพนักงาน

  • ค้นหาข้อมูลได้ภายในไม่กี่วินาที
  • ลดการใช้เอกสารกระดาษ
  • กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามตำแหน่ง
  • บันทึกประวัติการแก้ไขข้อมูล (Audit Log)
  • เชื่อมโยงข้อมูลกับทุกโมดูลในระบบ

  เมื่อทุกข้อมูลอยู่ในระบบเดียว ฝ่าย HR จะสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น ขณะที่ผู้บริหารก็สามารถเรียกดูข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจได้แบบ Real-time

 

2. Recruitment Management ระบบบริหารการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร

  หนึ่งในโมดูลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดของ บริการพัฒนาระบบ HRM System คือระบบบริหารการสรรหา (Recruitment Management) ที่ช่วยให้การหาพนักงานใหม่เป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในอดีต ฝ่าย HR มักต้องรับสมัครงานผ่านหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์สมัครงาน อีเมล หรือโซเชียลมีเดีย ทำให้การติดตามผู้สมัครเป็นเรื่องยุ่งยาก แต่ระบบ HRM สามารถรวมข้อมูลผู้สมัครทั้งหมดไว้ในฐานข้อมูลเดียว

ความสามารถของระบบ Recruitment

  • เปิดตำแหน่งงาน
  • ประกาศรับสมัครผ่านหลายช่องทาง
  • รับ Resume อัตโนมัติ
  • คัดกรองผู้สมัคร
  • นัดสัมภาษณ์
  • ประเมินผลการสัมภาษณ์
  • ออกใบเสนอเงินเดือน
  • ติดตามสถานะผู้สมัคร
  • เก็บ Candidate Pool สำหรับตำแหน่งในอนาคต

ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ

  • ลดระยะเวลาในการสรรหา
  • เพิ่มคุณภาพของผู้สมัคร
  • ลดต้นทุนการจ้างงาน
  • วิเคราะห์แหล่งที่มาของผู้สมัครได้
  • สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้สมัคร (Candidate Experience)

  องค์กรที่มีการรับพนักงานจำนวนมากจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนจากการใช้ บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่รองรับกระบวนการสรรหาแบบครบวงจร

 

3. Time Attendance ระบบบันทึกเวลาทำงาน

  การบันทึกเวลาเข้า-ออกงานเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่สำคัญ หากใช้การลงชื่อในกระดาษหรือการกรอกข้อมูลด้วยมือ อาจทำให้เกิดความผิดพลาดหรือการทุจริตได้ ด้วย บริการพัฒนาระบบ HRM System ระบบสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บันทึกเวลาได้หลากหลายรูปแบบ เช่น

  • Finger Scan
  • Face Recognition
  • RFID Card
  • Mobile Application
  • GPS Check-in
  • QR Code
  • Web Check-in

ฟีเจอร์สำคัญ

  • บันทึกเวลาแบบ Real-time
  • รองรับการทำงานหลายกะ (Shift)
  • แจ้งเตือนการมาสาย
  • แจ้งเตือนการขาดงาน
  • คำนวณ OT อัตโนมัติ
  • เชื่อม Payroll
  • รองรับการทำงานแบบ Hybrid Work
  • รองรับการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home)

ข้อดีของระบบ

  • ลดการปลอมแปลงเวลา
  • ลดงานของฝ่าย HR
  • ลดความผิดพลาดในการคำนวณ OT
  • ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย
  • รองรับหลายสาขาในระบบเดียว

 

4. Leave Management ระบบจัดการวันลา

  การลางานถือเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ใช้เวลาของฝ่าย HR จำนวนมาก โดยเฉพาะองค์กรที่มีพนักงานหลายร้อยหรือหลายพันคน บริการพัฒนาระบบ HRM System สามารถเปลี่ยนกระบวนการลาแบบกระดาษให้เป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด

รองรับการลา

  • ลาป่วย
  • ลาพักร้อน
  • ลากิจ
  • ลาคลอด
  • ลาบวช
  • ลาอุปสมบท
  • ลาเพื่อรับราชการทหาร
  • ลาอื่น ๆ ตามนโยบายบริษัท

ความสามารถของระบบ

  • ตรวจสอบสิทธิ์การลาอัตโนมัติ
  • อนุมัติผ่านมือถือ
  • แนบใบรับรองแพทย์
  • แจ้งเตือนหัวหน้างาน
  • บันทึกประวัติการลา
  • เชื่อมข้อมูลกับ Payroll
  • แสดงปฏิทินการลาของทีม

ผลลัพธ์ที่ได้รับ

  • ลดขั้นตอนเอกสาร
  • อนุมัติได้รวดเร็ว
  • พนักงานตรวจสอบสิทธิ์ได้เอง
  • ลดข้อผิดพลาดในการคิดวันลา
  • ผู้บริหารวางแผนกำลังคนได้ง่ายขึ้น

 

5. Payroll Management ระบบคำนวณเงินเดือนอัตโนมัติ

  Payroll เป็นงานที่ต้องอาศัยความถูกต้องสูงที่สุด หากเกิดข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพนักงานและเพิ่มภาระในการแก้ไขข้อมูล หนึ่งในเหตุผลที่หลายองค์กรเลือกใช้ บริการพัฒนาระบบ HRM System คือความสามารถในการคำนวณเงินเดือนอย่างแม่นยำ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลจากโมดูลต่าง ๆ ได้แบบอัตโนมัติ

ระบบสามารถคำนวณข้อมูลได้ เช่น

  • เงินเดือน
  • ค่าล่วงเวลา (OT)
  • เบี้ยขยัน
  • ค่าคอมมิชชัน
  • ค่าเดินทาง
  • ค่าเบี้ยเลี้ยง
  • โบนัส
  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
  • ประกันสังคม
  • กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • เงินหักอื่น ๆ

ฟีเจอร์เพิ่มเติม

  • ออกสลิปเงินเดือนออนไลน์
  • ดาวน์โหลดเอกสารภาษี
  • ส่งข้อมูลเข้าธนาคาร
  • ส่งข้อมูลให้ระบบบัญชี
  • รองรับหลายบริษัทในระบบเดียว
  • รองรับหลายสาขา
  • รองรับหลายโครงสร้างเงินเดือน

ข้อดี

  • ลดเวลาการคำนวณจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่นาที
  • ลด Human Error
  • ตรวจสอบย้อนหลังได้
  • ปลอดภัยด้วยระบบกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน
  • รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

 

6. Employee Self Service (ESS) เพิ่มความสะดวกให้พนักงาน

  อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่องค์กรยุคใหม่ให้ความสำคัญคือ Employee Self Service หรือ ESS ซึ่งเป็นศูนย์บริการตนเองสำหรับพนักงาน ช่วยลดภาระงานของฝ่าย HR และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านระบบ ESS พนักงานสามารถดำเนินการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง เช่น

  • ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว
  • อัปเดตข้อมูลการติดต่อ
  • ดูสิทธิ์วันลาคงเหลือ
  • ยื่นใบลา
  • ตรวจสอบเวลาทำงาน
  • ดูสลิปเงินเดือน
  • ดาวน์โหลดหนังสือรับรองการทำงาน
  • ตรวจสอบประวัติการอบรม
  • ติดตามผลการประเมิน
  • ส่งคำร้องต่าง ๆ ผ่านระบบ

ประโยชน์ของ ESS

  • ลดภาระงานธุรการของ HR
  • พนักงานเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา
  • ลดการสอบถามข้อมูลซ้ำ ๆ
  • เพิ่มความโปร่งใสในการบริหารข้อมูล
  • รองรับการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และสมาร์ตโฟน

  เมื่อระบบ ESS ทำงานร่วมกับโมดูลอื่น ๆ ภายใน บริการพัฒนาระบบ HRM System องค์กรจะสามารถยกระดับประสบการณ์ของพนักงาน (Employee Experience) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่คล่องตัวและทันสมัย รองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว

 

7. Performance Management ระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน

  การประเมินผลการทำงาน (Performance Management) ถือเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถวัดศักยภาพของพนักงาน วางแผนการพัฒนา และสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้อย่างเป็นระบบ แต่หลายองค์กรยังคงใช้ไฟล์ Excel หรือเอกสารกระดาษ ซึ่งทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายและติดตามผลได้ยาก การเลือกใช้ บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่มีโมดูล Performance Management จะช่วยให้การประเมินผลเป็นมาตรฐาน โปร่งใส และสามารถอ้างอิงข้อมูลได้จริง

ฟีเจอร์หลักของระบบประเมินผล

  • กำหนด KPI ตามตำแหน่งงาน
  • ตั้งเป้าหมายรายบุคคล (Goal Setting)
  • รองรับการประเมินแบบ KPI และ OKRs
  • ประเมินแบบ 90°, 180° และ 360°
  • Self Assessment
  • Manager Assessment
  • Competency Assessment
  • บันทึก Feedback ระหว่างปี
  • ติดตามผลการพัฒนา (Development Plan)
  • เปรียบเทียบผลการประเมินย้อนหลัง

ประโยชน์ที่องค์กรได้รับ

  • วัดผลการทำงานได้อย่างเป็นธรรม
  • ลดอคติในการประเมิน
  • เห็นศักยภาพของพนักงานแต่ละคน
  • ใช้ข้อมูลประกอบการเลื่อนตำแหน่งและปรับเงินเดือน
  • สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

  เมื่อข้อมูลการประเมินเชื่อมโยงกับข้อมูลการอบรมและ Career Path ผู้บริหารจะสามารถวางแผนพัฒนาบุคลากรได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กร

 

8. Training Management ระบบบริหารการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร

  องค์กรที่ต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องลงทุนในการพัฒนาความรู้และทักษะของพนักงาน เพราะบุคลากรที่มีศักยภาพคือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ ระบบ Training Management ช่วยให้ฝ่าย HR สามารถวางแผน ติดตาม และวัดผลการฝึกอบรมได้อย่างครบวงจร

ความสามารถของระบบ

  • วางแผนอบรมประจำปี
  • จัดหลักสูตรออนไลน์ (E-Learning)
  • จัดหลักสูตรภายในและภายนอก
  • ลงทะเบียนอบรมผ่านระบบ
  • แจ้งเตือนวันอบรม
  • บันทึกประวัติการเรียนรู้
  • ประเมินผลหลังอบรม
  • ออกใบ Certificate อัตโนมัติ
  • ติดตามชั่วโมงการอบรม
  • วิเคราะห์ Skill Gap ของพนักงาน

ข้อดีของระบบ

  • ลดงานเอกสาร
  • เพิ่มโอกาสในการพัฒนาบุคลากร
  • วางแผน Succession Plan ได้ง่ายขึ้น
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงบประมาณการอบรม
  • สนับสนุนการพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์กร

  เมื่อระบบฝึกอบรมเชื่อมโยงกับข้อมูล Competency และผลการประเมิน องค์กรจะสามารถกำหนดแผนพัฒนารายบุคคล (Individual Development Plan: IDP) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

9. Workflow Approval ระบบอนุมัติเอกสารอัตโนมัติ

  หลายองค์กรยังใช้การเซ็นเอกสารแบบกระดาษหรือส่งอีเมลเพื่อขออนุมัติ ซึ่งทำให้กระบวนการล่าช้าและยากต่อการติดตาม

บริการพัฒนาระบบ HRM System สามารถออกแบบ Workflow Approval ให้สอดคล้องกับโครงสร้างองค์กรและนโยบายของแต่ละบริษัท

ตัวอย่างเอกสารที่สามารถอนุมัติผ่านระบบ

  • ใบลา
  • คำขอ OT
  • คำขอเบิกค่าใช้จ่าย
  • การปรับเงินเดือน
  • การเลื่อนตำแหน่ง
  • การขออบรม
  • การขอเดินทาง
  • การอนุมัติรับพนักงานใหม่
  • การอนุมัติพนักงานทดลองงานผ่าน

จุดเด่นของ Workflow

  • อนุมัติผ่านมือถือ
  • แจ้งเตือนอัตโนมัติ
  • กำหนดผู้อนุมัติหลายระดับ
  • ตรวจสอบสถานะได้แบบ Real-time
  • บันทึกประวัติการอนุมัติทุกขั้นตอน
  • ลดการสูญหายของเอกสาร

  ผลลัพธ์คือกระบวนการทำงานที่รวดเร็ว โปร่งใส และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน

 

10. Dashboard & HR Analytics เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นเครื่องมือในการตัดสินใจ

  ข้อมูลด้านบุคลากรมีคุณค่ามากกว่าการเก็บไว้ในฐานข้อมูล หากสามารถนำมาวิเคราะห์ได้อย่างถูกต้อง องค์กรจะเห็นแนวโน้ม ปัญหา และโอกาสในการพัฒนาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วย บริการพัฒนาระบบ HRM System ผู้บริหารสามารถดูข้อมูลสำคัญผ่าน Dashboard แบบ Real-time โดยไม่ต้องรอรายงานจากฝ่าย HR

ตัวอย่าง Dashboard ที่นิยมใช้งาน

  • จำนวนพนักงานทั้งหมด
  • โครงสร้างอายุพนักงาน
  • อัตราการลาออก (Turnover Rate)
  • อัตราการขาดงาน
  • จำนวนวันลาคงเหลือ
  • ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร
  • ผลการประเมินเฉลี่ย
  • ชั่วโมงการฝึกอบรม
  • Productivity ของแต่ละหน่วยงาน
  • สัดส่วนพนักงานตามแผนก

ประโยชน์ของ HR Analytics

  • วิเคราะห์แนวโน้มการลาออก
  • วางแผนกำลังคนได้แม่นยำ
  • ควบคุมต้นทุนด้านบุคลากร
  • สนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
  • เพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร

 

การเชื่อมต่อ HRM System กับระบบอื่นภายในองค์กร

  ระบบ HRM ในปัจจุบันไม่ควรทำงานแยกส่วน แต่ควรสามารถเชื่อมโยงกับระบบต่าง ๆ เพื่อให้ข้อมูลไหลเวียนอย่างถูกต้องและลดการทำงานซ้ำซ้อน

ตัวอย่างระบบที่นิยมเชื่อมต่อ ได้แก่

ระบบ

ประโยชน์

ERP

เชื่อมโยงข้อมูลพนักงานกับทุกฝ่ายในองค์กร

Accounting

ส่งข้อมูลเงินเดือนและค่าใช้จ่ายเข้าสู่ระบบบัญชี

Payroll

คำนวณเงินเดือนและภาษีอัตโนมัติ

Time Attendance

ดึงข้อมูลเวลาเข้า-ออกงานแบบ Real-time

CRM

เชื่อมโยงข้อมูลพนักงานฝ่ายขายและคอมมิชชัน

BI Dashboard

วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อการตัดสินใจ

E-Learning

บันทึกผลการเรียนรู้และพัฒนาทักษะ

Mobile Application

รองรับการใช้งานทุกที่ทุกเวลา

  การเชื่อมต่อข้อมูลอย่างเป็นระบบช่วยลดข้อผิดพลาดจากการป้อนข้อมูลซ้ำ เพิ่มความรวดเร็วในการทำงาน และทำให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมขององค์กรจากข้อมูลชุดเดียวกัน

 

วิธีเลือกผู้ให้บริการพัฒนาระบบ HRM System

  การลงทุนในระบบ HRM เป็นการลงทุนระยะยาว ดังนั้นการเลือกผู้ให้บริการจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการ ก่อนตัดสินใจ ควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้

1. มีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบเฉพาะองค์กร

  ผู้ให้บริการควรสามารถวิเคราะห์กระบวนการทำงาน (Business Process) และออกแบบระบบให้เหมาะกับรูปแบบการดำเนินงานของแต่ละองค์กร ไม่ใช่เพียงนำซอฟต์แวร์สำเร็จรูปมาใช้งาน

2. รองรับการปรับแต่ง (Customization)

  แต่ละองค์กรมีขั้นตอนการทำงานที่แตกต่างกัน การเลือก บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่สามารถปรับแต่ง Workflow ฟอร์ม รายงาน และสิทธิ์การใช้งานได้ จะช่วยให้ระบบตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว

3. รองรับการเชื่อมต่อกับระบบอื่น

  ควรตรวจสอบว่าระบบสามารถเชื่อมต่อกับ ERP, Accounting, Payroll, CRM หรือ API ของระบบภายนอกได้ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

4. มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

  ข้อมูลพนักงานถือเป็นข้อมูลสำคัญ องค์กรจึงควรเลือกผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานด้านความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูล การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน และการสำรองข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ

5. มีทีม Support และพัฒนาต่อเนื่อง

  ระบบที่ดีควรมาพร้อมบริการหลังการขาย การอบรมผู้ใช้งาน การแก้ไขปัญหา และการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

 

ทำไมหลายองค์กรเลือกใช้บริการจาก บริษัท เวบปาค จำกัด

  สำหรับองค์กรที่กำลังมองหา บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่สามารถออกแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินงานจริง บริษัท เวบปาค จำกัด (Webpark Co., Ltd.) เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบดิจิทัลสำหรับองค์กร จุดเด่นของบริษัทคือการเริ่มต้นจากการศึกษากระบวนการทำงานของลูกค้าอย่างละเอียด ก่อนนำข้อมูลมาวิเคราะห์และออกแบบระบบให้เหมาะกับแต่ละธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็ก ธุรกิจขนาดกลาง หรือองค์กรขนาดใหญ่ ทำให้ระบบที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบโจทย์การใช้งานจริง และรองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างยืดหยุ่น

  นอกจากนี้ บริษัท เวบปาค จำกัด ยังสามารถพัฒนาระบบให้เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นภายในองค์กร เช่น ERP, Accounting, Payroll, CRM หรือระบบเฉพาะทาง ผ่าน API และเทคโนโลยีที่เหมาะสม ช่วยให้ข้อมูลไหลเวียนอย่างเป็นระบบ ลดการทำงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทั้งองค์กร ด้วยแนวทางการพัฒนาแบบ Customization และการให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ การออกแบบ UX/UI การพัฒนา การทดสอบ ไปจนถึงการดูแลหลังการติดตั้ง ทำให้ลูกค้าได้รับโซลูชันที่สอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจมากกว่าการใช้ซอฟต์แวร์สำเร็จรูปทั่วไป

 

สรุปฟีเจอร์สำคัญที่ HRM System ควรมีในปี 2026

  เพื่อให้การลงทุนคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว องค์กรควรเลือก บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่มีฟีเจอร์สำคัญ ดังต่อไปนี้

ฟีเจอร์

ประโยชน์

Employee Database

จัดเก็บข้อมูลพนักงานแบบรวมศูนย์

Recruitment Management

บริหารการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร

Time Attendance

บันทึกเวลาเข้า-ออกงานแบบ Real-time

Leave Management

จัดการสิทธิ์การลาและอนุมัติออนไลน์

Payroll Management

คำนวณเงินเดือนและภาษีอัตโนมัติ

Employee Self Service (ESS)

ให้พนักงานจัดการข้อมูลด้วยตนเอง

Performance Management

ประเมินผลการทำงานอย่างเป็นระบบ

Training Management

วางแผนและติดตามการพัฒนาบุคลากร

Workflow Approval

อนุมัติเอกสารออนไลน์หลายระดับ

Dashboard & Analytics

วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ

Mobile Support

ใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา

API Integration

เชื่อมต่อกับระบบอื่นภายในองค์กร

Checklist ก่อนเลือกบริการพัฒนาระบบ HRM System

  ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรตรวจสอบว่าผู้ให้บริการสามารถตอบโจทย์ด้านต่าง ๆ ได้ครบถ้วนหรือไม่

  • วิเคราะห์ Business Process ก่อนพัฒนาระบบ
  • รองรับการพัฒนาแบบ Customization
  • เชื่อมต่อ ERP และระบบอื่นผ่าน API
  • รองรับการทำงานหลายสาขาและหลายบริษัท

รองรับการใช้งานผ่าน Mobile และ Web

  • มีระบบกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Role & Permission)
  • มีระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
  • สามารถสร้าง Dashboard และรายงานแบบ Real-time
  • มีทีม Support และบริการหลังการขาย
  • รองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

  หากระบบสามารถตอบโจทย์รายการข้างต้นได้ ก็จะช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์สูงสุดจากการลงทุนใน บริการพัฒนาระบบ HRM System ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

 

คำถามเพิ่มเติม FAQ

 

1. HRM System กับ ERP เหมือนกันหรือไม่?

  ไม่เหมือนกัน โดย HRM System จะเน้นการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น ข้อมูลพนักงาน การลงเวลา การลา การประเมินผล และเงินเดือน ส่วน ERP จะครอบคลุมการบริหารทรัพยากรขององค์กรในภาพรวม เช่น บัญชี การเงิน การจัดซื้อ คลังสินค้า การผลิต และสามารถเชื่อมต่อกับ HRM System เพื่อให้ข้อมูลทำงานร่วมกันได้

 

2. ธุรกิจขนาดเล็กควรใช้บริการพัฒนาระบบ HRM System หรือไม่?

  ควร โดยเฉพาะธุรกิจที่มีพนักงานตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป หรือมีแผนขยายกิจการในอนาคต เพราะระบบจะช่วยลดภาระงานเอกสาร เพิ่มความถูกต้องของข้อมูล และลดเวลาการทำงานของฝ่าย HR ได้อย่างมาก

 

3. HRM System สามารถรองรับการทำงานแบบ Hybrid และ Work from Home ได้หรือไม่?

  ได้ ระบบ HRM ในปัจจุบันสามารถรองรับการ Check-in ผ่าน GPS, Mobile Application, Web Browser หรือ QR Code รวมถึงรองรับการอนุมัติเอกสารออนไลน์และการเข้าถึงข้อมูลจากทุกที่ ทำให้เหมาะกับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นในยุคปัจจุบัน

 

4. การพัฒนาระบบ HRM ใช้เวลานานแค่ไหน?

  ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบและจำนวนฟีเจอร์ที่ต้องการ โดยทั่วไปอาจใช้เวลาประมาณ 2–6 เดือน สำหรับระบบมาตรฐาน และอาจใช้เวลานานกว่านั้นหากเป็นโครงการที่มีการปรับแต่ง (Customization) และเชื่อมต่อกับหลายระบบภายในองค์กร

 

5. ควรเลือกใช้โปรแกรมสำเร็จรูปหรือบริการพัฒนาระบบ HRM System?

  หากองค์กรมีขั้นตอนการทำงานเฉพาะ มีหลายแผนก หลายสาขา หรือจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับระบบอื่น การเลือก บริการพัฒนาระบบ HRM System จะมีความยืดหยุ่นมากกว่า เพราะสามารถออกแบบฟีเจอร์ กระบวนการอนุมัติ และรายงานต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการขององค์กรได้

 

ยกระดับการบริหารบุคลากรด้วยโซลูชันที่เหมาะกับองค์กรของคุณ

  การเลือกผู้ให้บริการที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและกระบวนการทำงานขององค์กร จะช่วยให้การลงทุนในระบบ HRM เกิดผลลัพธ์ที่คุ้มค่าในระยะยาว ไม่เพียงช่วยลดภาระงานของฝ่ายทรัพยากรบุคคล แต่ยังช่วยให้ผู้บริหารสามารถใช้ข้อมูลในการวางแผนกำลังคน พัฒนาศักยภาพของบุคลากร และขับเคลื่อนองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  หากองค์กรของคุณกำลังมองหา บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่สามารถออกแบบและพัฒนาให้สอดคล้องกับกระบวนการทำงานจริง บริษัท เวบปาค จำกัด (Webpark Co., Ltd.) พร้อมให้คำปรึกษาตั้งแต่การวิเคราะห์ความต้องการ ออกแบบระบบ พัฒนา ทดสอบ ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลหลังการใช้งาน โดยเน้นการพัฒนาแบบ Customized Solution ที่สามารถเชื่อมต่อกับระบบ ERP, Accounting, Payroll, CRM และระบบอื่น ๆ ภายในองค์กรได้อย่างไร้รอยต่อ

  ด้วยประสบการณ์ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร เวบปาคมุ่งเน้นการสร้างโซลูชันที่ช่วยลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพยากรบุคคล และรองรับการเติบโตของธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

 

สรุป

  ในปี 2026 การแข่งขันของธุรกิจไม่ได้วัดกันเพียงคุณภาพของสินค้าและบริการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงศักยภาพในการบริหารทรัพยากรบุคคล เพราะ "คน" คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างนวัตกรรม ขยายธุรกิจ และรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ในระยะยาว

การนำ บริการพัฒนาระบบ HRM System มาใช้งาน จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนจากงานเอกสารมาเป็นระบบดิจิทัล แต่เป็นการยกระดับกระบวนการบริหารบุคลากรทั้งองค์กรให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ

ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลพนักงาน การสรรหา การลงเวลาทำงาน การบริหารวันลา การคำนวณเงินเดือน การประเมินผล การฝึกอบรม ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard ทุกกระบวนการสามารถเชื่อมโยงเข้าหากันได้ในระบบเดียว ส่งผลให้ฝ่าย HR ลดภาระงานประจำ เพิ่มเวลาในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นภาพรวมขององค์กรได้แบบ Real-time

  ยิ่งไปกว่านั้น หากองค์กรเลือก บริการพัฒนาระบบ HRM System ที่สามารถปรับแต่งตามรูปแบบการดำเนินงาน (Customization) และรองรับการเชื่อมต่อกับระบบ ERP, Accounting, Payroll หรือ CRM ได้ ก็จะช่วยสร้างระบบนิเวศ (Business Ecosystem) ที่ข้อมูลทุกส่วนทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ พร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต

 

ติดต่อเรา

บริษัท เวบปาค จำกัด (Webpark Co., Ltd.)
525/89 Soi Ladprao 126 (Karnporn), Phlapphal, Wangthonglang, Bangkok 10310

Email: oraphan@webpark.co.th
Tel: 095 539 2666

  ให้เราเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณสู่การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับการเติบโตในยุคดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

City Network Overlay
ติดต่อเรา
พร้อมเริ่มต้นโครงการของคุณแล้วหรือยัง?

พูดคุยกับทีมเราวันนี้
รับคำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) ▼ เลื่อนลงเพื่ออ่านข้อกำหนด

WEBPARK Co., Ltd. ("เรา" หรือ "WebPark") ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิความเป็นส่วนตัวของท่าน นโยบายฉบับนี้จัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผยข้อมูล และการใช้คุกกี้ บนเว็บไซต์ webpark.co.th ทั้งหมด

1 ขอบเขตข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บรวบรวม

เราเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านผ่านการใช้งานเว็บไซต์ในกรณีต่างๆ เท่าที่จำเป็นดังนี้:

  • ชื่อ-นามสกุล, เบอร์โทรศัพท์, และอีเมล ที่ท่านกรอกผ่านแบบฟอร์มติดต่อเรา
  • ข้อมูลองค์กรหรือบริษัทของท่าน (หากมี)
  • รายละเอียดข้อความหรือความต้องการที่ท่านส่งถึงเรา
2 วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

ข้อมูลที่ท่านให้จะถูกนำไปใช้เพื่อติดต่อกลับ นำเสนอบริการที่ตรงกับความต้องการของท่าน และปรับปรุงประสิทธิภาพของเว็บไซต์เท่านั้น เราจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลของท่านแก่บุคคลที่สามโดยไม่ได้รับอนุญาต

3 การเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลที่สาม

เราจะไม่ขาย ให้เช่า หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เว้นแต่กรณีที่จำเป็นเพื่อการให้บริการแก่ท่าน (เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์/เซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย หรือผู้ให้บริการจัดส่งเอกสาร) หรือในกรณีที่กฎหมายบังคับให้เปิดเผยเท่านั้น

4 ระยะเวลาจัดเก็บและการรักษาความปลอดภัย

เราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นเวลาตลอดระยะเวลาที่ให้บริการ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่แจ้งไว้ โดยเราใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยทางเทคนิคที่ได้มาตรฐาน (เช่น การเข้ารหัสข้อมูล SSL) เพื่อปกป้องข้อมูลของท่านจากการเข้าถึง แก้ไข หรือเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต

5 สิทธิของเจ้าของข้อมูลและช่องทางการติดต่อ

ท่านมีสิทธิ์ตามกฎหมายในการขอเข้าถึง ขอสำเนา ขอแก้ไข หรือขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ทุกเมื่อ หากท่านต้องการใช้สิทธิ์ดังกล่าว หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายนี้ สามารถติดต่อเราได้ที่:

  • อีเมล: oraphan@webpark.co.th
  • โทรศัพท์: 095-539-2666